Diary HK Trip - Day 1 : Airport - Tsim Sha Tsui

posted on 22 Mar 2012 00:00 by 19rocks in travel directory Travel, Diary
HK Trip DAY-1 2 March 2012
 

 
เป็นการไปฮ่องกงครั้งแรกของทั้งเราและเพื่อนร่วมทริป ที่หนักกว่าคือของเราเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต (โถถถ ป้า อายุปูนนี้แล้วนะ = =;;)
ไม่รู้เพราะตื่นเต้นมาก หรือเพราะว่าฮ่องกงหาข้อมูลง่ายมาก แบบว่าพอ google ดูก็เจอข้อมูลเป็นหน้าๆ เลย ก็เลยเพลิดเพลินกับการหาข้อมูลใหญ่เลย โน่น นี่ นั่น
แต่หลักๆ เลยก็เป็นข้อมูลจาก
- hongkongfanclub.com
- google map
- บล็อคของคุณ ภูผาวารี
นอกนั้นก็เป็นข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ประปรายแล้วแต่อากู๋จะพาไป
 
แต่ก็นั่นแหละ สนุกกับการหาข้อมูลมาก (อย่างน้อยก็สนุกกว่าตอนหาข้อมูลสิงคโปร์อ่ะ น้อยดุจหอยมด)
ทริป 3 วัน วางแพลนไว้ตั้งแต่จองตั๋วคอนฯเลยมั้ง
 
11:55 - ออกจากสุวรรณภูมิ  ถึงฮ่องกง 15:50
 
ข้างบนนั่นคือแพลน แต่เอาเข้าจริง... ที่สุวรรณภูมิยังไม่เท่าไหร่ ถึงจะแถวยาวเป็นงูไปบ้าง อาซิ่มมาเนียนแซงคิวแล้วพอใจดียอมให้แซงซิ่มก็ลากแปะมาแซงด้วยบ้าง แต่ก็ยังออกตามเวลานะ

แต่ที่ฮ่องกงกว่าเครื่องจะแลนดิ้งปาเข้าไป สี่โมงกว่านู้น~ เหมือนจะบินวนๆ เล็กน้อยยังไงอยู่ (แอบเมาเครื่อง)
เดินมะงุมมะงาหราไปเรื่อยๆ จนถึง ตม. แล้วปรากฏว่า ยังไม่ได้กรอกใบเข้าประเทศเลยอ่ะ ทำไมไม่เห็นมีแจกบนเครื่องอ้ะ???
โนวิซสองคนหยิบมากรอกอย่างก๊งๆ แต่ก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น??
แอบไปโก๊ะใส่ ตม เล็กน้อย

ตม : คุณมาอยู่กี่วัน (ภาษาปะกิต)
เรา : ทรีเดย์ *ชูสามนิ้ว*
ตม : คุณมากับเพื่อนกี่คน (ภาษาปะกิต)
เรา : ทู! *ชูสองนิ้ว*
ตม : *มองหน้าแบบ หืมมม?*
เรา : (กรูตอบผิดเรอะ???) มี แอนด์ อะเฟรนด์ ทูพีเพิ่ล?? *ทำหน้าก๊งใส่*
ตม : *ทำหน้าละเหี่ยแล้ว ปั๊มๆ ให้มันผ่านๆ ไป*
 
แล้วก็ไปเอากระเป๋า ไปซื้อ Octopus Card ซื้อจากเค้าเตอร์ที่ติดกับบูทแผนที่ท่องเที่ยว ซึ่งคนน้อยกว่าบู้ทขายตั๋วข้างนอกมากๆ (โชคดีไป)
แต่แผนที่ที่หยิบมาไร้ประโยชน์จริงจัง เพราะทำแผนที่มาเอง รู้สึกคุ้นเคยกว่า (เราทำตำแหน่งร้านค้า คาเฟ่ที่อยากไปด้วย) แต่เวลากางก็แอบๆ รู้สึกเหมือนเกะกะชาวบ้านเค้า เกรงใจเล็กน้อย
 
(Octopus พ่อทุกสายรถเมล์(และMTR) ที่จริงมีแบบ รูปคิตตี้ นู่นนี่ด้วยนะ แต่แพงจ้า เที่ยวแบบจนๆ ก็จงซื้อแบบธรรมดาซะเถอะ)
 
แล้วก็เดินไปขึ้นรถ CityBus สาย A21 ไปจิมซาจุ่ย แต่ไหงไม่เห็นมีจอ LED บอกสถานีบนรถเลยอ้ะ!
ซวยแล้วไง =[]=!! ยังคุยกับเพื่อนอยู่ว่า มองหา Parklane Boulevard เอาละกัน น่าจะเป็นจุดสังเกตที่หาง่ายอยู่
แต่ระหว่างนั้นก็ค้นพบว่าแอป CitybusNWS ที่โหลดมาไฮโซมาก มันบอกได้ด้วยว่าเราอยู่สถานีไหน แล้วรถกำลังจะวิ่งไปไหน อ่านรายละเอียดที่เอนทรีนี้
 
ลงรถเมล์ แล้วก็เดินหาโฮสเทลต่อ
 
18:30 - เช็คอินที่ Hop Inn
 
(google map ที่กึ่งๆ จะมีประโยชน์ และพาหลงไปพร้อมๆ กัน)

เราทำแผนที่จาก google map ซึ่งได้ใช้ประโยชน์มากๆๆๆๆๆ คิดถูกที่ทำมาเอง เพราะว่าเดินถนนในฮ่องกงอย่างคุ้นเคยแม้จะไปเหยียบครั้งแรก (ฮา)
แต่ใน google map บางทีมันก็ไม่อัพเดทเล็กน้อย อย่างเช่นใน google map มันยังมี HMV ตรงข้ามตึก Hanyee ที่เป็นที่ตั้งโฮสเทล
แต่จริงๆ แล้วมันไม่มี!! มันกลายเป็นร้าน 1010 แล้ว... เสียใจมาก กะจะซื้อซีดีซะหน่อย T^T (HMV ย้ายไปอยู่ใน iSquare ก็ใกล้ๆ แหละนะ แต่มันไม่ได้ฟีลเดินออกจากตึกแล้วมาป๊ะนี่นา)
ที่แย่กว่านั้นคือพอดูจาก Google map เราก็เลยเดินเข้าตึกผิดประตู
 
ในเว็บจะบอกไว้ว่าข้างล่างจะมีกริ่งแปะป้าย Hop inn ให้เรากดเรียกคนมารับ (จริงๆ ถึงไม่กดกริ่งแต่ถ้าเข้าไม่ผิดประตูก็หาโฮสเทลเจอง่ายๆ)
พอเข้าประตูผิดก็หากริ่งไม่เจอละ ก็งกๆเงิ่นๆ ถามลุงยามที่โนสะปี๊กอิงลิช จนได้ความว่าให้ไปชั้นสอง ("ตู้!" *ลุงชูสองนิ้ว*)
ปรากฏว่าขึ้นไปมันไม่มีโฮสเทลค๊า มันกลายเป็นบ้านใครบ้างก็ไม่รู้

โนวิซสองคนเริ่มเครียด...
 
แล้วเราก็ทำตัวเกรียนด้วยการมั่วกดกริ่งบ้านใครก็ไม่รู้ กลายเป็นลุงแก่ๆ มาเปิดประตู (เหวอออ =[]=!!) ลุงเค้าโนสะปี๊กอิงลิชอีกละ แต่ก็พยายามถามไปถามมา ดูลุงชี้โบ๊ชี้เบ๊จนได้ความว่าต้องเปิดประตูทะลุไปอีกฝั่งนึง
 
มาถึงโฮสเทลจนได้ (แฮ่กๆ)
 
 

 
พูดถึง Hop inn...
เหมือนว่าจะจองได้ที่พักก่อนตั๋วเครื่องบินซะอีก
เพราะว่าก่อนหน้านี้แอบคิดว่าจะไปดูคอนฯ ลูน่าซีที่ฮ่องกง แล้วก็เลยเจอ Hop inn เป็นบูติกโฮสเทลเก๋ๆ ที่เอาศิลปินของฮ่องกงมาสร้างกิมมิกของห้องพักแต่ละห้อง
แต่ว่าทริปดูลูน่าซีก็ตกไปซะก่อน
 
ทีนี้พอจะไปฮ่องกงอีกที ก็นึกขึ้นมาได้ เลยลองส่งเมล enquiry ไปแบบไม่หวังอะไรมาก เพราะว่ามันจองจากเว็บ hostelworld (อะไรซักอย่าง) ไม่ได้น่ะนะ
 
ปรากฏว่าวันต่อมาสตาฟของโฮสเตลตอบเมลกลับมาเฉยเลยว่าห้องว่าง (อ่าว?)
 
ห้องทวินเบด(bunk bed) ราคาคืนละ 520 HKD ก็ตกคืนละ 2K นิดๆ จริงๆ แล้วก็แอบแพงนะ เพิ่มเงินอีกนิดจองโรงแรมสองดาวได้เลย
แต่ด้วยความใจเร็วด่วนได้เลยส่งเมลจองไปเฉย แบบไม่ปรึกษาเพื่อร่วมทริป *ชึ้งงง~* (ก็แบบว่าหารกันแล้วมันก็อยู่ในงบอ่ะน๊า)
 
ที่จริงแล้วถ้าพักโฮสเทลธรรมดาอาจจะจ่ายกันคืนละไม่ถึง 500 ด้วยซ้ำ แต่ว่าเพราะเป็นครั้งแรกที่ไปฮ่องกง(ทั้งคู่เลย) ก็อยากได้ที่ดีๆ หน่อย ดูปลอดภัยแล้วก็ไม่มีอะไรผิดพลาดให้เสียอารมณ์อ่ะนะ
เอาไว้มีประสบการณ์มากกว่านี้แล้วค่อยไปแบบเสี่ยงดวงก็แล้วกัน
 
ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะว่าค่อนข้างชอบเลย สตาฟพูดภาษาอังกฤษคล่องมาก(ถึงจะเจอหน้าแล้วกวางตุ้งใส่รัวๆ ก็เถอะ = =;;) แล้วก็ไนซ์มากด้วย
คนที่เราเจอตอนเช็คอินเป็นผู้หญิงชื่อชู (ถ้าฟังไม่ผิด) แบบว่าไปถึงแล้วเค้าดูกระตือรือร้นในการให้บริการเรามากอ่ะ หน้าตาก็น่ารัก น่ารักแบบเฟรนด์ลี่อ่ะนะ พอรู้ว่าเราเป็นคนไทยก็พูดภาษาไทยด้วย (แค่ "ขอบคุณค่ะ" แต่เพิ่งไปต่างด้าวแล้วได้ยินแค่นี้ก็ชื่นใจละ)
 
ส่วนห้องพัก ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็ธรรมดามากเมื่อเทียบราคา คือห้องดูเก่ากว่าที่คิด เราได้ห้องที่ Hankow rd. อ่ะนะ ก็จะเก่าหน่อย แต่เหมือนจะมีสาขาใหม่เพิ่งเปิดปลายปีที่แล้ว ถ้าได้ที่นั่นอาจจะห้องใหม่กว่านี้ (แต่มันก็เหมือนจะไม่มี twin bed)
ส่วนเรื่องความกว้างทำใจไว้ระดับนึงแล้ว ก็เลยรับได้ แถมดีกว่าที่คิดอีก เพราะคิดไว้ประมาณว่าต้องเป็นห้องแบบเปิดประตูไปแล้วมีที่เท่ามดเดินไรงี้ แต่ก็กว้างกว่านั้นนิดนึงนะ แล้วก็ไม่มีหน้าต่าง ห้องน้ำก็เป็นแบบกระจกฝ้าแต่ไม่มีม่านให้ โชคดีที่เค้าวาดลายประตูเอาไว้ เลยดูไม่อีโรติก(ที่จริงควรจะเรียกว่า กระอักกระอ่วน)เท่าไหร่
 
(ประตูห้องน้ำ หลอนป้ะล่า~)
 
พวกความสะอาดอะไรงี้ก็โอเคเลย แต่ที่นี่เค้าถ้าไม่แจ้งฟร้อนท์ไว้ก็จะไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนกับผ้าขนหนูให้ (อีโค่น่ะ อีโค่) แต่สำหรับการค้างแค่ 2 คืนมันก็แบบ...ช่างมันเหอะ
เราไม่ได้หาซื้อปลั๊กแบบ universal ไป เพราะอ่านในเว็บว่าเค้ามีให้ยืม ปรากฏว่ามีค่ามัดจำ 10 HKD ด้วยล่ะ (แต่ก็ได้คืนตอนเช็คเอ้าท์อ่ะนะ)

19:30 - รอชม Symphony of Light @ Avenu of star
 
พอเก็บของแล้วก็พักนิดหน่อยแล้วก็ออกไปดู SOL ตามแพลน
แอบแวะดูตึกสวยๆ ที่ 1881 Heritage นิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่าน คนถ่ายรูปกันเต็ม หามุมยากหน่อย มืดอีก กล้องมือถือเป็นอันว่าไร้ประโยชน์นิดๆ
 
(1881 Heritage มลังเมลืองใต้แสงไฟยามค่ำ - เว่อร์อ่ะ = =)
 
SOL เริ่ม 2 ทุ่มเป๊ะๆ ตามเวลา แต่ว่า! เค้าเหมือนจะเริ่มเปิดไปจากตึกฝั่ง Kowloon ก่อน เพราะงั้นก็เหมือนนั่งฟังเพลงเฉยๆ ไปพักใหญ่ๆ เลยกว่าตึกฝั่ง Hongkong จะเริ่มเปิดไฟ
 
เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเฮะ ดูเพลินๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแบบว่าตื่นตาตื่นใจ (ก็แค่ตึกเปิดไฟอ่ะ!) หนาวด้วย ที่จริงอุณหภูมิก็แค่ 19-20 ราวๆ นี้ แต่ว่ามันมีลมทะเลก็เลยหนาวมากเลย แล้วนั่งๆ อยู่ เดี๋ยวก็มีคนที่ถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวมาไล่ๆ ให้เขยิบไปเค้าจะถ่ายรูป = =;; (แง่ง!!!)
แต่พอถ่ายรูปออกมาแล้วก็ดูสวยดีเหมือนกัน
 
 
 
 
อาฆาตไว้ว่ารอบหน้าถ้าไปอีกจะดู SOL จากฝั่งฮ่องกงบ้าง (เพิ่งมาวันแรกก็คิดถึงรอบหน้าแล้ว คิดไปไกลเลยนะ 555)
 
20:00 - กลับมาเดินเที่ยว Canton Rd.
 
ดู SOL เสร็จก็เดินกลับไปกินข้าวที่ Cafe de Coral (ดูไปจากรีวีว) ที่ตึก Star House
 
Challenge แรกเริ่มขึ้นกับการสั่งอาหารจากเมนูฮ่องกง ก็มั่วๆ จิ้มรูปไป ออกมาเป็นเหมือนข้าวผัดซอสมะเขือเทศโปะไข่ดาว (ลืมถ่ายรูป หิวจัด) รสชาติปะแล่มๆ แต่ก็พอกินได้
เราสั่งเครื่องดื่มเป็น Lamonade ด้วยความเคยชิน ปรากฏว่า เป็น Lamonade ร้อนค่า ไม่สิ เป็น น้ำร้อนที่บีบเลมอนใส่หน่อยนึง รสชาติประหลาดมาก เพิ่งนึกได้ตอนนั้นว่าน้ำแข็งที่ฮ่องกงมันแพง (น้ำเปล่าด้วย)
ส่วนชานมของเค้าก็ขมมาก (เพื่อนสั่งมา) รสชาเข้มข้น! เข้มข้นจนเกินจะรับไหวทีเดียว... - -
 
ที่ตึก Star House มี SASA ที่ใหญ่ประมาณนึง กินข้าวเสร็จแล้วเข้าไปเดินวนๆ ดูของ แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพราะเช็คจากเว็บแล้วส่วนใหญ่ของที่ colormix มันถูกกว่า (แล้วก็มานึกได้ตอนกลับถึงไทยว่าลืมซื้อ eye mask ของ Kyrie ชิส์) เช็คราคาแล้ว ของในร้านกับของในเว็บราคาเท่ากันเลยแหละ
 
จากนั้นเป็นภารกิจตามหาร้านวิเวียนที่ Ocean Terminal แต่ปรากฏว่าหาไม่เจอเพราะหลงไป The Gateway นู่นนน ที่จริงมันก็อยู่ติดๆ กัน แต่หาทางไปไม่เจอ สุดท้ายก็เลยไปซื้อของที่ colormix ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
 
colormix เป็นร้านที่ไม่น่าเข้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะสาขา Canton Rd. แค่หน้าร้านก็มีน้ำหอมขวดจิ๋วๆ กลิ่นแปลกๆ กองเหมือนของแบกะดินละ พุ่งเข้าใส่แทบไม่ทัน
พนักงานก็ไนซ์มากกกกก (แต่มันมาอีกแล้ว เจอหน้าก็รัวกวางตุ้งอ่ะ ทำม๊ายยย TTATT หน้าหนูโลโค่น(local)เหรอค๊า?) เห็นเราโกยน้ำหอมก็เอาตะกร้ามาให้ใส่ (พลาดมากๆ) พอมีตะกร้าทีนี้หยิบเอาๆ OTL นู่น~ นี่~ นั่น~
 
พอเดินวนดูร้าน(อยากดูเฉยๆ) คุณไนซ์(พนักงาน) ก็ถามใหญ่เลย ต้องการอะไรคะ พาไปหา ไปหยิบมาให้ (อ๊ากกกก หยุดน๊าาาาาา)
 
แล้วก็มาเจอ Challenge ที่สอง ตอนจะซื้อ Vitareme
 
เรา : วีต้าครีม บีสิบสอ- อุ๊บส์ ไอ มีน บีทะเวลฟ์ (โปรดอ่านสำเนียงไทย)
คุณไนซ์ : Pardon?
เรา : วี-ต้า-ครีม? (เริ่มเกิดความไม่มั่นใจ)
คุณไนซ์ : *ทำหน้างงๆ แล้วตะโกนถามเพื่อนเป็นภาษากวางตุ้ง แล้วเดินไปหยิบอะไรซักอย่างมาให้ดู*
เรา : โน้โน้ นอทดิสวัน
คุณไนซ์ : *หน้าแหยๆ* Is it whitening creme?
เรา : *แหยกลับ* โน่ว จัสอะเฟซครีม
อึนๆ ไป แล้วซักพักนึงก็นึกได้ว่า พิมพ์ใส่มือถือก็ได้นี่หว่า พิมพ์ Vitacreme B12 ให้คุณไนซ์ดู
คุณไนซ์ : อ๋า~~~ ไฝวฺทัลครีม
เรา : ไฝวฺทัล? (ไม่มีตัว L ซักหน่อยยยยย ทำไมไวทัลล๊า?????)
คุณไนซ์ : Yeah. Ah, I'm sorry. It's out of stock.
เรา : อา~~ โอเคๆ ^^
 
พอเห็นเราหยิบ Aqua juju mask ไปกล่องนึงก็มาแนะนำอีกยี่ห้อนึงบอกว่าใช้ดีมาก ขายดีมากเลย (แอบเห็นราคากล่องละ 600 กว่า HKD นะ! สองพันห้าาาา ไม่ดีก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วจ้า) บลาๆ คุณไนซ์จะขายเก่งเกินไปแล้วค้าบบบบบบบ!
 
ออกมาจาก colormix แบบหมดตัวแรงๆ ใช้เงินเกินงบด้วยแหละ OTL
(แล้วก็ไปได้ ไฝวฺทัล จาก colormix ตรง Peking Rd. แทน สาขานี้เล็กกว่าที่ Canto Rd. คราวนี้ไม่พลาด ยื่นโทรศัพท์ให้พนักงานทีเดียวเลย จบข่าว)
 
(Peking Rd. เผลอลืมปิดแฟลชแสงเลยออกมาแบบนี้ แปลกดี)
 
 
กระเป๋าเบาแล้ว T___T กลับไปอาบน้ำนอน พรุ่งนี้เตรียมพร้อมไปไฟท์กับคอนลาร์ค เย้เย~
 
to be continue...
 

Comment

Comment:

Tweet

ฮาตอนกดกริ่งหาที่พักสุดแล้วอะะะ ขอเหวอกว่านี้!! 555555+
แต่เทอเดินโปรมากนะ ประหนึ่งอยู่มาเป็นสิบปี (เว่อ) กู้ดกู้ด;3

#1 By soketsu on 2012-03-31 19:12