When I met a stalker....เมื่อฉันเจอสตอล์กเกอร์
posted on 28 Oct 2007 11:02 by 19rocks= =" ลังเลอยู่นานว่าจะเอามาลงดีมั้ย
เพราะมันไม่ใช่เรื่องสนุกสนานอะไร ปกติบล็อคเราแอนตี้สาระนะ แต่เรื่องนี้ คิดว่าเอามาลงหน่อยก็ดี เป็นอุทาหรณ์ (สะกดถูกมั้ย?) ของหลายๆ คนนะจ๊ะ
คำเตือน : ยาวโครตๆ แต่ควรอ่านไว้นะ
stalker ความหมายที่ใช้กันทั่วไปก็คือ พวกที่ชอบติดตาม คอยเฝ้ามองพฤติกรรมของเป้าหมาย และ/หรือ รวมไปถึงการกระทำบางอย่างที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเป้าหมาย
ซึ่ง เรามองว่าพฤติกรรมนั้นเป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง!
เรื่องก็มีอยู่ว่า....
หลายๆ คนอาจจะรู้ว่าเราออกมาอยู่คนเดียวแล้ว ด้วยเหตุผลเรื่องงานและหลายๆ อย่าง หอพักที่เราอยู่ (หรือคนที่นี่ชอบเรียกกันว่าแมนชั่น) เป็นอพาร์ทเม้นท์สำหรับครอบครัว หรือคนทำงาน มีนักศึกษาบ้างนิดหน่อย ที่รุ่นพี่ที่ทำงานแนะนำเรามา
สภาพแวดล้อมก็ดูค่อนข้างปลอดภัยดี มีคีย์การ์ดและคนดูแลหอ
ปัญหาเล็กๆ ที่เรามารู้เอาตอนเข้ามาอยู่แล้วก็คือ ด้านหลังหอเรา จะติดกับหอพักที่ราคาถูกลงมากว่าครึ่ง (เราไม่อยากจะใช้ตัวเงินกับที่อยู่อาศัยมาแยกประเภทคนหรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องที่เป็นอยู่จริงๆ ในปัจจุบันไม่ใช่เหรอ?) และก็เป็นความซื่อบื้อของเราเองที่ไม่ดูให้ดีตอนตัดสินใจเลือกห้อง
ระเบียงด้านหลังห้องเราก็เลยตรงกับ โถงทางเดินของหอด้านหลังพอดี และไอ้ตรงโถงนี้ พอตอนกลางคืนก็จะมีลิงผู้ชายวันรุ่น วัยกลางคน ปีนขึ้นมาตรงขอบตึกเพื่อ....สูบบุหรี่ = ="
และแน่นอนว่าสายตาย่อมต้องคอยสอดส่องพฤติการณ์เพื่อนบ้านด้วยตามกมลสันดานของมนุษย์ ทำให้ตัวกรูนั้น (เริ่มหยาบ) ต้องคอยปิดม่านตลอดเวลา อึดอัดมากกกก
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องโทรศัพท์แปลกๆ อย่างเช่น อาทิตย์แรกที่เราย้ายเข้าหอ ก็มีผู้หญิงคนนึงโทรมาถามว่าทำไมมีเบอร์นี้ในมือถือของแฟน....
=[]=" กรูจะรู้เมิงเร๊อะ!!! -- ในใจคิดแบบนั้นน่ะนะ แต่เนื่องจากเจ๊คนนั้นถึงฟังเสียงดูก็รู้ว่าเตรียมจะวีนเต็มที่ แต่ก็ยังมีสติพอจะฟังเราอธิบายว่าพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ เรื่องก็เลยจบๆ ไป เราไม่ได้ติดใจอะไรอีก
จริงๆ เรื่องที่เล่ามานี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าประเด็นเท่าไหร่ ปัญหามาเกิดเมื่อไม่นานมานี้ เรารู้สึกตัวว่าถูกกลุ่มเด็กผู้ชาย เน้นว่าเด็กจริงๆ หน้าตาประมาณม.ปลาย ไม่ก็ไม่เกิน 20 เดินตามตอนกลับจากที่ทำงาน
โอเค เดินตาม... ไม่เป็นไร กรูเดินเข้าหอมาแล้ว ประตูอัตโนมัติก็ปิดแล้ว ไม่น่ามีปัญหา
แต่พอเราขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เราอยู่ เดินออกมาก็เห็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่เดินตาม ขึ้นบันไดที่อยู่ข้างลิฟต์มาพอดี =[]=^
ขึ้นมาได้ไงโว้ยยยย!! = ="
ถ้าเป็นคนที่ฉลาด และมีสติพอ น่าจะรู้ว่าไม่ควรเข้าห้อง เปิดประตูห้อง หรือทำให้เค้ารู้ว่าอยู่ห้องไหน ใช่มะ
แต่โชคร้ายที่เราไม่ฉลาด TTATT เรารีบเข้าห้องปิดล็อคประตูทันที
หลักจากวันนั้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีคนเดินตาม ไม่มีอะไรอีก
แต่ผ่านไปสักพัก ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาตอน 4-5 ทุ่มได้ ถามหาห้องที่ไม่ใช่ห้องเรา
วิธีแก้ปัญหาของเราคือ ถอดสายออก = ="
แล้วมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตเป็นปกติสุขจน 1 เดือนผ่านไป 2 เดือนผ่านไป....
เราประมาทพอที่จะเสียบสายโทรศัพท์ทิ้งไว้เพราะขี้เกียจเสียบๆ ถอดๆ เวลาโทรสั่งข้าวมากิน
แล้วคืนนั้นก็เจอดีพอดี = ="
ประมาณ 2-3 ทุ่ม โทรศัพท์ก็ดังอีก สำหรับเรายังไม่ดึกเกินไป และก็คิดว่าเป็นรุ่นพี่ที่อยู่หอเดียวกันนี่แหละ โทรมาเรื่องกิจกรรมกลุ่มที่ต้องทำตอนสัมมนารึเปล่า ก็เลยรับ
"ไม่กลับ xx เหรอครับ"
xx คือ อำเภอที่เราอยู่ เป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน!!! =[]=^ เฮือก!!!!
ที่แว่บเข้ามาในหัวครั้งแรกคือฉากในเรื่อง Scream ภาคแรก ตอนที่ ดรูว์ แบรี่มอร์ คุยโทรศัพท์กับฆาตกรโรคจิต (เออ... โอเค... บทสนทนามันไม่ใช่ "คุณชอบหนังสยองขวัญมั้ย" แต่ก็มันแว่บขึ้นมาเองนี่)
นี่มันน่ากลัวกว่า 100 เท่าเลยนะ
เป็นใครใครก็รู้สึกว่าถูกจับตาดูอยู่ทั้งนั้นแหละ ใช่มั้ยล่ะ
เค้า(ไอ้เวรนั่น!) รู้ได้ไงว่าเรา (กรู) เราอยู่ห้องไหน? ที่แย่กว่านั้น รู้ได้ไงว่าเราอยู่ในห้อง? ที่แย่สุดๆ รู้ได้ไงว่าเรามาจากไหน!!!
ถ้าเป็นคนฉลาด และมีสติพอ จะรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ การวางสายไปเลย หรือแกล้งทำเป็นโทรผิดจะดีที่สุด
โชคร้ายที่นอกจากเราจะไม่ฉลาด แล้วยังเสือกโง่บรมอีกด้วย... เราไม่ได้วาง ไม่ได้ปฏิเสธ ซึ่งมันก็หมายความว่าเค้า(ไอ้เวรนั่น) ก็จะรู้ และแน่ใจได้ทันทีว่าข้อมูลที่ได้รับมาถูกต้อง!!
แต่ว่า ถึงเราจะสวยถึกและบึกบึนแค่ไหน (คำแรกรู้สึกจะผิดนะ = =) แต่ในสถานการณ์แบบนี้ นอกจากความกลัวแล้วมันก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นจริงๆ นะ หัวสมองว่างเปล่าขาวโพลน ทำอะไรไม่ถูกหรอก ไม่เอ๋อจนบอกเรื่องส่วนตัวเค้าไปหมดก็ยังเป็นโชคดีอย่างสุดๆ แล้ว
แล้วก็ได้แต่มานั่งด่าตัวเองเรื่องความโง่ อยู่ในตอนนี้ไง ไม่มีภูมิต้านทานคนโรคจิตเอาซะเลยนะเรา TTATT
สรุปว่าคืนนั้นเรา (กรู) นอนไม่หลับ TTATT
นับว่ายังมีโชคดีอยู่บ้างที่หลังจากวันนั้นเราต้องไปสัมมนา (เรียกอีกอย่างคือประชุมงานนอกสถานที่ ข้อดีอย่างเดียวคือกินฟรี ข้อเสีย มีเป็นร้อย..) ที่ต่างจังหวัดจนถึงวันศุกร์ ก็เคยค่อยๆ ทำใจและหาวิธีแก้ปัญหาได้นิดหน่อย....
คือการถอดสายโทรศัพท์ทิ้ง ล็อคประตูทุกบานที่มีในห้อง และติดต่อผู้ดูแลหอขอเปลี่ยนห้อง
(ที่จริงควรจะย้ายหอหนีใช่มะ จริงๆ ก็ควรทำแบบนั้น แต่เราขี้เกียจขนของมากๆ เลย <---ทุกคนไม่ควรทำตาม)
แต่ก็ยังกลัวอยู่ดีอ่ะ = =" กลับมาก็ยังนอนไม่ได้อยู่ดี โชคดีที่เมื่อคืนแม่มานอนด้วย ก็เลยต้องแกล้งทำตัวปกติ นอนปกติ แล้วก็หลับไปจริงๆ TT___TT
เพราะงั้น ตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว โอเค ปกติดี กลัวนิดหน่อย (ที่จริงก็ไม่หน่อยหรอก แต่ก็ยังโอเค) เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว (อาทิตย์นึงพอดี) ทำใจได้ในระดับหนึ่ง
ตอนแรกเราก็คิดว่าทำไมเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นกับเรา ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าถึงเราจะเป็นผู้หญิง แต่กริยา ท่าทางบุคลิก ก็ไม่ใช่ผู้หญิงซักเท่าไหร่ (ที่จริงโดนบอกว่ามองจากข้างหลังแล้วเหมือนผู้ชายมา 2 ครั้งแล้ว TTATT) หน้าตาก็ไม่ใช่ว่าจะดี ออกจะธรรมดาค่อนไปทางขี้เหร่เวลาแต่งหน้าแต่งตัว ถ้าไม่แต่งนี่ก็คือซอมบี้อัปลักษณ์เดินได้ดีๆ นี่เอง = ="
ถึงขนาดนี้แล้วยัง......*ถอนหายใจแบบปลงๆ*
ตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่า ต่อให้หน้าตาอัปลักษณ์ขนาดไหน ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงแล้วมันก็ย่อมมีอันตรายจากภัยสังคมอยู่รอบด้านน่ะนะ = =" น้องๆ หนูๆ แถวนี้ส่วนใหญ่หน้าตาน่ารักทั้งนั้น จะไปไหนก็ระวังตัวด้วย แล้วก็ที่เราเป็นห่วงที่สุดก็คือ ตาว วี่ แล้วก็คิ เป็นผู้หญิงอยู่หอตามลำพังเหมือนเราเลย ระวังตัวกันด้วยนะ คนที่อยู่หอคนเดียวคนอื่นๆ ด้วยนะ
(ทุกคน : ห่วงตัวเองก่อนเหอะเมิง!!!)
ถึงเพื่อนที่เป็นเพศชาย : ถ้ามันเป็นการกลั่นแกล้งของพวกแก จงออกมารับสารภาพ แล้วเราจะวิ่งเข้าไปกอด (ถูกแกล้งยังดีกว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ ใช่มั้ย?)
555 ที่จริงคนที่เรารู้จัก ครึ่งนึงไม่สนผู้หญิง และอีกครึ่งก็เป็นคนดีพอที่จะไม่ทำอะไรแบบนี้อ่ะนะ
ครั้งแรกที่เราเล่าให้เพื่อนบางคนฟัง คำถามแรกของทุกคนเลยก็คือ "ถูกแกล้งรึเปล่า" แต่เราก็ตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่าไม่ใช่แน่ๆ ทุกคนเป็นคนดี แล้วก็มีสติกันเกินกว่าจะมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้น่ะนะ
ไม่รู้จะดีใจ หรือเสียใจดี = ="
เอาเป็นว่าฝากถึงคนที่ผ่านเข้ามาอ่านก็แล้วกัน ถ้าบังเอิญเข้ามาแล้วกำลังอยากจะทำอะไรคล้ายๆ แบบนี้ (จะมีมั้ย? เรื่องแบบนี้น่ะมัน..... แต่เอาเถอะ เผื่อๆ น่ะนะ)
ขอบอกเลยว่าวิธีการนี้มันไม่ได้ช่วยสร้างความประทับใจให้กับฝ่ายหญิงแม้แต่นิดเดียว แถมยังพาลจะถูกเกลียดด้วย
นี่น่ะมันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แจ้งจับได้ง่ายๆ เลยนะ ไม่มีใครอยากจะมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกที่ถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลาหรอก มันน่าระแวงนะ ทำไปด้วยจุดประสงค์แบบไหนก็ไม่รู้
ไม่ใช่เราคนเดียวนะ จะบอกว่า หลายๆ คนใกล้ตัวก็เคยโดนแบบนี้ และมันแย่มาก
เพราะแบบนี้ไง เพื่อนเราบางคน(ส่วนใหญ่ด้วย)ถึงยังโสด = =" เพราะเจอแต่แบบนี้ซะหมดเนี่ย (ครึ่งนึงเป็นพวกเกย์ กระเทยกับพวกเจ้าชู้และไม่ได้เรื่อง อีกครึ่งก็เป็นพวกโรคจิต แบบนี้จะไหวเหรอ?)
เราไม่ได้หมายความรวมถึงผู้ชายทั้งหมดนะ ยังไม่อยากถูกเกลียด และก็ไม่อยากถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดผู้ชายด้วย (ดูจากที่ออกมากรี๊ดเด็กหนุ่มก็น่าจะเห็นๆ อยู่ = =" อีนี่บ้าผู้ชายจะตาย)
อย่างที่บอกว่าคนที่เรารู้จักทั้งหมดเป็นคนดี (ตอบอย่างมั่นใจสุดๆ เลยนะเนี่ย) แต่คนแบบนี้ก็มีอยู่ในกลุ่มประชากรชายอยู่ดีนี่นา เหมือนกับที่มีผู้หญิงไม่ดีปะปนอยู่กับประชากรหญิงนั่นแหละ จะทำยังไงก็ไม่หมดไปซักทีน่ะนะ
เจอแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวก็แต่งเมียเข้าบ้านจริงๆ ซะหรอก!! ฮึ่มม<--- ขู่ ="=
edit @ 28 Oct 2007 12:18:38 by Aijou~


พกติดตัวไว้ก็ดีค่ะ แทงให้ไส้ไหล สะใจดี
ปล.ล้อเล่นนะ
#1 By -Hato-:สาวกฮัตโตริ หึหึ=^=:; on 2007-10-28 12:23